ไฟแนนซ์ดูอะไรบ้างก่อนอนุมัติรถ?
ไฟแนนซ์ดูอะไรบ้างก่อนอนุมัติรถ?
หลายคนเวลาคิดจะออกรถมอเตอร์ไซค์ มักเข้าใจว่าแค่มีเงินดาวน์ก็พอ หรือมีรายได้ก็ยื่นได้เลย แต่ในความเป็นจริง การอนุมัติไฟแนนซ์ไม่ได้ดูแค่ “อยากซื้อรถ” หรือ “มีเงินดาวน์” เท่านั้น
สิ่งที่ไฟแนนซ์ให้ความสำคัญคือ “ความสามารถในการผ่อนชำระ” และ “ความน่าเชื่อถือของผู้ยื่น” ในหลายด้านประกอบกัน
บทความนี้ RideDeal จะพาไปรู้จักแบบเข้าใจง่ายว่า ก่อนอนุมัติรถ 1 คัน ไฟแนนซ์มักพิจารณาอะไรบ้าง เพื่อให้เตรียมตัวได้ถูก เพิ่มโอกาสผ่าน และลดความเสี่ยงเสียเครดิตการยื่นโดยไม่จำเป็น
1) ประวัติเครดิตและประวัติการชำระเงิน
นี่คือเรื่องสำคัญที่สุดข้อหนึ่ง เพราะไฟแนนซ์ต้องการดูว่าในอดีตผู้ยื่นมีวินัยทางการเงินแค่ไหน
สิ่งที่มักถูกพิจารณา เช่น
-
เคยมีบัญชีค้างชำระหรือไม่
-
เคยค้างเกิน 30 วัน หรือเกิน 90 วันไหม
-
มีบัญชีที่ปิดไม่เรียบร้อยหรือยังค้างอยู่หรือไม่
-
เคยมีประวัติคืนรถ หรือถูกยึดรถหรือไม่
-
เคยปรับโครงสร้างหนี้ หรือมีสถานะผิดนัดชำระหรือเปล่า
หากมีประวัติค้างชำระรุนแรง โอกาสอนุมัติจะยากขึ้นทันที เพราะไฟแนนซ์จะมองว่ามีความเสี่ยงในการผ่อนค่างวดในอนาคต
คำแนะนำ:
ก่อนยื่นไฟแนนซ์ ควรตรวจสอบภาระหนี้เก่าของตัวเองให้เรียบร้อย หากมีบัญชีค้าง ควรปิดให้สมบูรณ์ และเก็บเอกสารยืนยันไว้
2) รายได้ต่อเดือนและความสามารถในการผ่อน
ไฟแนนซ์ไม่ได้มองแค่ว่าผู้ยื่น “มีรายได้” หรือไม่ แต่ดูต่อว่า รายได้ที่มีนั้นเพียงพอต่อค่างวดหรือไม่
ตัวอย่างสิ่งที่ไฟแนนซ์สนใจ
-
รายได้ต่อเดือนประมาณเท่าไร
-
รายได้แน่นอนหรือไม่
-
รับเงินเป็นประจำหรือขึ้นลงไม่สม่ำเสมอ
-
ค่างวดรถที่กำลังจะผ่อนหนักเกินไปหรือไม่เมื่อเทียบกับรายได้
เช่น หากรายได้ค่อนข้างน้อย แต่ต้องการผ่อนค่างวดสูง ไฟแนนซ์อาจมองว่ามีความเสี่ยง แม้ผู้ยื่นจะมั่นใจว่าตัวเองผ่อนไหวก็ตาม
คำแนะนำ:
เลือกรุ่นรถและแผนผ่อนที่เหมาะกับรายได้จริง จะช่วยให้ไฟแนนซ์มองว่าแผนการเงินสมเหตุสมผลมากขึ้น
3) ภาระหนี้ปัจจุบัน
ถึงแม้รายได้จะดี แต่ถ้ามีภาระผ่อนอย่างอื่นอยู่เยอะแล้ว ก็อาจทำให้ไฟแนนซ์ไม่อนุมัติได้เช่นกัน
ภาระหนี้ที่มักถูกพิจารณา เช่น
-
ค่างวดรถคันอื่น
-
บัตรเครดิต
-
สินเชื่อส่วนบุคคล
-
ผ่อนโทรศัพท์
-
สินเชื่อร้านค้า หรือภาระผ่อนรายเดือนอื่น ๆ
เพราะไฟแนนซ์จะมองภาพรวมว่า หลังจากหักภาระผ่อนทั้งหมดแล้ว ผู้ยื่นยังมีความสามารถพอที่จะรับค่างวดรถใหม่เพิ่มอีกหรือไม่
คำแนะนำ:
ก่อนยื่น ควรประเมินภาระหนี้ของตัวเองก่อนเสมอ หากมีหลายบัญชี การลดหนี้บางส่วนก่อนยื่นจะช่วยเพิ่มโอกาสผ่าน
4) ความมั่นคงของอาชีพ
อีกปัจจัยสำคัญคือ “ที่มาของรายได้” ไฟแนนซ์มักชอบผู้ยื่นที่มีอาชีพมั่นคงและตรวจสอบได้ง่าย
ตัวอย่างอาชีพที่มักยื่นง่ายกว่า
-
พนักงานบริษัท
-
ข้าราชการ
-
เจ้าของกิจการที่มีหน้าร้าน
-
ผู้ประกอบการที่มีเอกสารรายได้ชัดเจน
ส่วนอาชีพที่อาจต้องใช้เอกสารเพิ่มหรือถูกพิจารณาเข้มขึ้น เช่น
-
รับจ้างทั่วไป
-
ฟรีแลนซ์
-
งานรายวัน
-
ค้าขายที่ไม่มีหลักฐานรายได้ชัดเจน
-
งานที่ไม่มีสังกัดหรือไม่มีผู้รับรอง
ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าอาชีพเหล่านี้ยื่นไม่ได้ แต่ไฟแนนซ์จะต้องการเห็นหลักฐานว่า รายได้มีจริง ต่อเนื่อง และตรวจสอบได้
คำแนะนำ:
หากเป็นเจ้าของกิจการหรือค้าขาย ควรเตรียมเอกสารให้พร้อม เช่น รูปหน้าร้าน ใบทะเบียนพาณิชย์ หรือรายการเดินบัญชี
5) เอกสารรายได้และการเดินบัญชี
หลายคนมีรายได้จริง แต่พอถึงเวลายื่นกลับไม่ผ่าน เพราะไม่มีหลักฐานยืนยันรายได้เพียงพอ
เอกสารที่มักช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ เช่น
-
สลิปเงินเดือน
-
หนังสือรับรองการทำงาน
-
รายการเดินบัญชีย้อนหลัง
-
ใบทะเบียนพาณิชย์
-
เอกสารแสดงรายได้อื่น ๆ
กรณีค้าขายหรือรับเงินสดบ่อย ๆ ถ้าไม่มีการนำเงินเข้าบัญชีสม่ำเสมอ ไฟแนนซ์อาจมองว่าไม่เห็นความต่อเนื่องของรายได้
คำแนะนำ:
หากวางแผนจะออกรถ ควรเริ่มเดินบัญชีให้สม่ำเสมออย่างน้อย 3–6 เดือน จะช่วยให้ภาพรายได้ชัดขึ้นมาก
6) ที่อยู่อาศัยและความชัดเจนของข้อมูล
หลายคนสงสัยว่าทำไมไฟแนนซ์ต้องถามบ้านเลขที่ ที่อยู่ปัจจุบัน หรือระยะเวลาที่อาศัยอยู่ในบ้านนั้น
คำตอบคือ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ไฟแนนซ์ประเมินความมั่นคงและตรวจสอบตัวตนของผู้ยื่นได้
สิ่งที่มักถูกมอง เช่น
-
มีที่อยู่ชัดเจนหรือไม่
-
อยู่ที่เดิมมานานหรือย้ายบ่อย
-
ที่อยู่ตามบัตรประชาชนตรงกับที่อยู่ปัจจุบันหรือไม่
-
สามารถติดต่อหรือตรวจสอบได้หรือเปล่า
หากที่อยู่ไม่ชัดเจน หรือมีการเปลี่ยนที่อยู่บ่อย ไฟแนนซ์อาจมองว่าเสี่ยงขึ้น
คำแนะนำ:
ควรแจ้งข้อมูลที่อยู่ตามจริง และให้ข้อมูลครบถ้วนเพื่อความถูกต้องในการพิจารณา
7) อายุและช่วงชีวิตการทำงาน
อายุก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่มีผล โดยเฉพาะผู้ยื่นที่อายุน้อยมาก หรือเพิ่งเริ่มทำงานไม่นาน
สาเหตุไม่ใช่เพราะอายุน้อยไม่ดี แต่เพราะไฟแนนซ์ยังต้องการเห็น
-
ความต่อเนื่องของรายได้
-
ความมั่นคงของอาชีพ
-
ความสามารถในการรับผิดชอบภาระระยะยาว
ผู้ยื่นที่เพิ่งเริ่มทำงานใหม่ หรือเพิ่งเริ่มมีรายได้ไม่นาน อาจถูกพิจารณาเข้มกว่าคนที่ทำงานต่อเนื่องมานานแล้ว
คำแนะนำ:
หากเพิ่งเริ่มงาน อาจรอให้ผ่านช่วงทดลองงาน หรือมีประวัติรายได้ต่อเนื่องก่อน จะช่วยเพิ่มโอกาสได้มากขึ้น
8) เงินดาวน์
แม้ไฟแนนซ์จะดูหลายเรื่อง แต่เงินดาวน์ก็ยังสำคัญ เพราะการดาวน์มากขึ้นช่วยลดความเสี่ยงของไฟแนนซ์ได้
ข้อดีของการมีเงินดาวน์มากขึ้นคือ
-
ยอดจัดลดลง
-
ค่างวดลดลง
-
โอกาสผ่านมากขึ้นในบางเคส
-
ช่วยชดเชยกรณีเครดิตไม่แข็งแรงมาก
อย่างไรก็ตาม การมีเงินดาวน์ไม่ได้แปลว่าจะผ่านทุกคน หากปัจจัยอื่นยังไม่พร้อม
คำแนะนำ:
หากประวัติเครดิตหรือรายได้ยังไม่แข็งแรง การเพิ่มเงินดาวน์อาจช่วยให้ภาพรวมดีขึ้นได้
9) รุ่นรถและวงเงินที่ขอ
บางครั้งปัญหาไม่ได้อยู่ที่ผู้ยื่นอย่างเดียว แต่อยู่ที่ “รถที่เลือก” ด้วย
เช่น
-
รายได้ยังไม่เหมาะกับรถราคาสูง
-
ค่างวดเกินงบจริง
-
ระยะเวลาผ่อนสั้นเกินไป ทำให้ค่างวดสูง
ถ้าเลือกรถที่ราคาสอดคล้องกับรายได้ โอกาสอนุมัติย่อมดีกว่า
คำแนะนำ:
เริ่มจากรุ่นที่เหมาะกับงบก่อน อาจทำให้ผ่านง่ายกว่า แล้วค่อยวางแผนขยับในอนาคต
10) ความครบถ้วนและความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่ให้
อีกเรื่องที่หลายคนมองข้ามคือ “ข้อมูลที่ให้ตอนยื่น” ต้องครบและตรงกับความจริง
หากข้อมูลไม่ชัดเจน ไม่สอดคล้องกัน หรือมีรายละเอียดที่ตรวจสอบไม่ได้ ไฟแนนซ์อาจชะลอหรือปฏิเสธการอนุมัติได้
ตัวอย่างเช่น
-
แจ้งอาชีพไม่ชัด
-
รายได้ที่บอกไม่สอดคล้องกับเอกสาร
-
ที่อยู่ไม่ครบ
-
เบอร์ติดต่อหรือข้อมูลอ้างอิงไม่สมบูรณ์
คำแนะนำ:
ให้ข้อมูลตามจริง และเตรียมเอกสารให้พร้อมตั้งแต่ต้น จะช่วยให้ขั้นตอนราบรื่นและดูน่าเชื่อถือมากขึ้น
ถ้าอยากเพิ่มโอกาสผ่านไฟแนนซ์ ควรเตรียมตัวอย่างไร?
ก่อนยื่นจริง แนะนำให้เตรียมตัวตามนี้
-
ตรวจสอบภาระหนี้เก่าและปิดยอดค้างให้เรียบร้อย
-
เดินบัญชีให้สม่ำเสมอ 3–6 เดือน
-
เตรียมเอกสารรายได้ให้ครบ
-
เลือกรถและค่างวดให้เหมาะกับรายได้จริง
-
แจ้งข้อมูลที่อยู่และอาชีพตามจริง
-
หากมีเครดิตไม่แข็งแรงมาก ควรเตรียมเงินดาวน์เพิ่ม
สรุป
ไฟแนนซ์ไม่ได้ดูแค่ “อยากซื้อรถ” หรือ “มีเงินดาวน์ไหม” แต่ดูภาพรวมทั้งหมดของผู้ยื่น ทั้งประวัติเครดิต รายได้ ภาระหนี้ อาชีพ เอกสาร และความชัดเจนของข้อมูล
ถ้าเข้าใจเกณฑ์เหล่านี้ตั้งแต่ต้น จะช่วยให้วางแผนได้ดีขึ้น เลือกรถได้เหมาะกับตัวเอง และเพิ่มโอกาสอนุมัติได้มากกว่าการยื่นแบบไม่เตรียมตัว
ถ้าอยากเช็กความพร้อมเบื้องต้นก่อนยื่นจริง RideDeal มีบริการช่วยประเมินเบื้องต้นให้ฟรี เพื่อช่วยลดความเสี่ยงเสียเครดิตการยื่น และช่วยแนะนำแนวทางที่เหมาะกับแต่ละเคส
สนใจเช็กไฟแนนซ์เบื้องต้น
กรอกข้อมูลได้ที่นี่:
https://ridedeal.co.th/loan_apply.php
ค้นหาบทความ
บทความล่าสุด
ออกรถวันนี้
ดอกเบี้ยพิเศษ เริ่มต้น 0.99%
ดูโปรโมชั่น